วิเอรี่ยก “ลูกากู” ยอดดาวยิงเหนือ “เลวาน” “เคน”

คริสเตียน วิเอรี่ อดีตดาวยิงซ้ายตีนระเบิดทีมชาติอิตาลี มั่นใจ โรเมลู ลูกากู หัวหอกทีมชาติเบลเยี่ยม ของทีมงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน มีฝีเท้าที่คมกริบกว่าโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หอกทีมชาติโปแลนด์ ของบาเยิร์น มิวนิค โดยชี้ว่าหากมีการสลับขั้ว ข้ามฟาก สลับทีมกันดาวยิงเจ้าของฉายาตู้เย็นเคลื่อนที่จะเป็นฝ่ายที่มีผลงานดีกว่าแน่นอน

วิเอรี่ ยอดดาวยิงทีมชาติอิตาลี่ ซึ่งเคยค้าแข้งให้กับทัพเนรัซซูรี่ในช่วงยุค 90 กล่าวผ่านรายการ BoBo Tv ถึงความยอดเยี่ยมของลูกากู ที่แม้จะโดนค่อนขอดถึงฝีเท้าอยู่ตลอดเวลา แม้จะมีชื่ออยู่บนสกอร์บอร์ดอย่างสม่ำเสมอ

โดยโบโบ้ ในวัย 47 ปี เชื่อว่าหากแข้งสัญชาติเบลเยี่ยม ได้ไปล่าตาข่ายให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ที่มีขุมกำลังเป็นทีมเต็งยุโรปอยู่ทุกปี ผลงานก็ไม่ต่างกับ เลวานดอฟสกี้ อย่างแน่นอน แม้หัวหอกวัย 32 ปีของทัพเสือใต้จะกระหน่ำยิงประตูแบบมหาศาล โดยทำไปทั้งสิ้น 55 ประตูในทุกเกมในฤดูกาลที่ผ่านมา

“ถ้าลูกากูได้ลงเล่นให้กับบาเยิร์น เขาคงจะยิงประตูได้มากพอๆกับ เลวานดอฟสกี้นะ” วิเอรี่ กล่าว

“แต่เลวานจะทำสกอร์ได้ไม่เทียบเท่า หากเขามาเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน”

วิเอรี่ยังเชื่อว่าอดีตกองหน้า ปีศาจแดง แมนเขสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นฝีเท้าได้แตะถึงความเป็นหนึ่งแล้วในตำแหน่งกองหน้ายุคปัจจุบัน เหนือยิ่งกว่าใครทั้งลุยซ์ ซัวเรซ, เลวานดอฟสกี้ เออร์ลิง ฮาลันด์ แม้กระทั่งแฮร์รี่ เคน หอกทีมชาติอังกฤษ ที่กำลังท็อปฟอร์มอยู่กับสเปอร์ส ในศึกพรีเมียร์ลีกในตอนนี้

 “หากคุณจับเอาลูกากูไปใส่ทีมบาเยิร์น มิวนิค เขาจะยิงได้ถึง 70 ลูก” โบโบ้ยังให้สัมภาษณ์ต่อแบบสุดมั่นใจ

“สำหรับผมนะลูกากูเป็นดาวยิงที่ดีที่สุดในโลก ดีกว่าเลวานดอฟสกี้, ซัวเรซ และแฮร์รี่ เคน มันแทบจะเป็นไปไมได้เลยที่จะประกบเขา ถ้าให้เรียงนะลูกากูเป็นที่หนึ่ง ที่สองเป็นฮาแลนด์ และอันดับสามผมให้เลวานดอฟสกี้”

ลูกากูลงเล่นให้อินเตอร์ มิลาน เป็นซีซั่นที่สอง ทำประตูรวมทั้งในสโมสร และทีมชาติไปแล้วทั้งสิ้น  21 ประตู 2 แอสซิสต์ จาก 24 เกมในฤดูกาลปัจจุบัน เป็นการยิงให้กับเบลเยี่ยม 5 เม็ด ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ซึ่งรอมมี่มีสถิติที่ยอดเยี่ยมในการเสกประตูเฉลี่ย 0.84 ลูกต่อเกมเลยทีเดียว โดยเป็นยิง 13 ลูก จาก 15 เกมที่เล่นให้อินเตที่อร์

ส่วนเลวานดอฟสกี้ ที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกดไปแล้ว 13 ประตูจาก 12 เกมที่เล่นให้บาเยิร์น มิวนิค ในศึกบุนเดสลีก้าในฤดูกาลนี้